2007/Nov/11

Stardust – เพราะความรักทำให้คนเราเปล่งประกาย

1.
เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ขณะที่ฉันกำลังรื้อๆ ค้นๆ ดูอัลบั้มรูปเก่าๆ อยู่นั้น รูมเมทสาวที่นั่งอยู่ด้วยได้เอ่ยทักขึ้นมาว่า รูปที่ฉันถ่ายไว้เมื่อหลังเรียนจบใหม่ๆ นั้น ดูอิ่มเอิบและมีชีวิตชีวาจัง
“อ๋อ ตกหลุมรักอยู่ล่ะสิตอนนั้น” เพื่อนสาวพูด
ฉันจำไม่ได้จริงๆ ว่า ณ ห้วงเวลานั้น ฉันเคยได้เผลอก้าวผ่านห้วงเวลาที่เรียกกันว่า “ตกหลุมรัก” กับคนอื่นเค้าหรือไม่ แต่ไอ้ที่เพื่อนบอกว่าฉันดูสวยและมีชีวิตชีวานั้น ฉันค่อนข้างเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์ (55) เพราะถึงทุกวันนี้ ฉันยังอยากกลับไปมีหน้าตา และน้ำหนักตัวแบบวันนั้นอยู่เนืองๆ

ย้อนกลับมาที่ฉากผู้หญิงสองคนกำลังนั่งรื้อของ
ณ วันนั้น จำได้ว่า ฉันแทบไม่ได้สนใจกับคำกล่าวของเพื่อนสักเท่าไหร่ หลังจากดูภาพเสร็จ ฉันก็เก็บกวาดห้อง รวมถึงเก็บเรื่องราวที่เพื่อนสาวพูดเข้าไว้ในลิ้นชักความทรงจำ และลืมไปเสียสนิทด้วยซ้ำว่าเคยเกิดบทสนทนาประมาณนี้ขึ้น

จนกระทั่ง ฉันได้ดูหนังเรื่อง Stardust ไปเมื่อวันก่อน
อยู่ๆ ความทรงจำทั้งหมดที่เพื่อนเคยคุยกับฉันในวันนั้นก็กลับมาอีกครั้ง




2.
เนื้อเรื่องของ Stardust เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มร้านขายของชำนาม ทริสตัน ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชื่อ “วอลล์” อันมีที่มาจากกำแพง (wall) ที่ทอดยาวกั้นเขตหมู่บ้านกับเขตทุ่งหญ้าอันดูธรรมดาทุ่งหนึ่ง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นที่ตั้งของดินแดนมหัศจรรย์ที่ชื่อว่า “สตอร์มโฮลส์” ทริสตันหลงรัก วิคตอเรีย สาวสวยประจำหมู่บ้าน จนพร้อมจะยอมเดินข้ามน้ำข้ามทะเลไปหาสิ่งที่เธอต้องการมามอบให้ วันหนึ่งเมื่อมีดาวหล่นร่วงจากฟากฟ้าตกลงมาบนอีกฝั่งกำแพง วิคตอเรียเอ่ยปากว่า หากเขาพาละอองของดวงดาวมาให้เธอได้ เธอจะยอมแต่งงานกับเขา

ด้วยอานุภาพแห่งรัก ทริสตันยอมเข้ากำแพงเพื่อตามหาดาวตก เมื่อเขาหลุดเข้าไปอยู่ในดินแดนอีกฝั่งกำแพง เขาก็พบว่า ตัวตนที่แท้จริงของดวงดาราที่มนุษย์อย่างเขาเคยเฝ้ามองนั้น แท้จริงเป็นหญิงสาวผมยาว นามว่า อีฟเวน ที่หล่นลงมา เพราะโดนสร้อยคอของกษัตริย์แห่งแคว้นสตอร์มโฮลส์ ขว้างขึ้นไปโดน ทริสตันตั้งใจพาดวงดาราที่เขาเจอกลับไปให้สาวที่หมายปอง โดยหารู้ไม่ว่า อีกฟากหนึ่งของดินแดนสตอร์มโฮลส์ เหล่าเจ้าชายที่หมายจะครองบัลลังก์แทนกษัตริย์ก็กำลังตามล่าสร้อยที่แขวนอยู่บนคอของอีฟเวนอยู่ เช่นกันกับที่ เหล่าแม่มดก็อยากได้ตัวดาวตกมาเพื่อทำให้ตัวเองกลับมาสาวสะพรั่งกันอีกครั้ง

ตลอดเวลาที่ทริสตันและอีฟเวนเดินทางไปด้วยกัน และหลบหนีการตามล่าของเหล่าเจ้าชาย และแม่มด พวกเขาค่อยๆ ทำความรู้จักกันมากขึ้น จากจุดมุ่งหมายเดิมที่ชายหนุ่มตั้งใจปกป้องดวงดาราสาวเพื่อจะพาเธอกลับไปเป็นของขวัญให้วิคตอเรีย เขาค่อยๆ ค้นพบว่าจุดหมายในการปกป้องของเขาเปลี่ยนไป บางทีมันอาจเป็นจุดหมายที่สั่งตรงมาจากหัวใจโดยที่เขาไม่เคยสังเกตก็ได้ ขณะที่ดวงดาราอย่างอีฟเวน ก็ค่อยๆ เปล่งประกายเจิดจ้า ในทุกเวลายามที่เธออยู่เคียงข้างทริสตัน

เป็นประกายเจิดจ้าไม่ต่างกับประกายแสนธรรมดาที่เรามักพบเห็นยามคนตกหลุมรัก
เป็นประกายอุ่นๆ ที่ทำให้หัวใจของมนุษย์ละมุนละไมขึ้น จนสะท้อนออกมาทางแววตาและความมีชีวิตชีวาในทุกจังหวะหัวใจเต้น
คุณเคยเป็นแบบนี้ไหม?




3.
น้องสาวที่รักของฉัน (ซึ่งปัจจุบันเป็นทอมบอย) เคยเสนอทฤษฎีหนึ่งที่ว่า ในเวลาแรกรัก คนเรามักจะยอมทำอะไรโง่ๆ และงี่เง่าเสมอ
หลังจากเคยเห็นน้องสาวเฝ้าแต่โทรศัพท์จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน บางคราวก็นอนร้องไห้เวลาทะเลาะกับใครคนที่เรียกกันว่าแฟน ฉันก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยเต็มที่กับทฤษฎี “โง่และงี่เง่า” นี้แล้ว
แต่ถึงจะโง่และงี่เง่าเพียงไหน ฉันก็คงต้องยอมรับว่า ณ เวลานั้นเป็นเวลาที่น้องสาวของฉันมีแววตาเป็นประกายงดงามที่สุด

มันเป็นประกายตาเดียวกับหญิงสาวในหนังเรื่อง The Road Home ยามเธอตกหลุมรัก
และเป็นความงดงามแบบเดียวกับดวงตาของไอ้หนูน้อยที่หลงรักสาวชั้นเดียวกัน ใน Love Actually

เขียนถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าฉันกลายร่างเป็นสาวน้อยแสนหวานผู้เชื่อมั่นในรักแท้ไปเสียแล้ว
ฉันยังไม่ได้เปลี่ยนไป ยังเป็นคนตั้งคำถามและสงสัยกับมนุษย์ และความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตประเภทนี้อยู่เช่นเดิม

ฉากหนึ่งที่ฉันชอบในหนังก็คือ ฉากที่ อีฟเวน ดวงดาวสาว พูดถึงความรักของมวลมนุษย์
เธอบอกว่า เธอเคยได้ยินมาว่า รักนั้น ไร้เงื่อนไข ไร้กาลเวลา ทำให้หัวใจชุ่มชื่น แต่ขณะเดียวกัน มันก็ เหลือจะทนทาน มีความขมปร่า และเจ็บปวดทรมานซ่อนอยู่

ฉันว่ามันเป็นการเปรียบเทียบที่ดี เพราะอย่างที่เรารู้กันว่ารักนั้นไม่ได้มีแต่ด้านที่แสนหวานเสมอไป
แต่กระนั้น รักก็ยังเป็นความอัศจรรย์หนึ่งเดียวในโลก
เพราะแม้จะเจ็บปวดและทุกทรมานเพียงไหน ใครต่อใครก็ยังคงต้องการความรัก
เพราะสิ่งนี้สิ่งเดียว ที่ยังทำให้โลกทานทนกับสงคราม และสิ่งเลวร้ายต่างๆ ได้
เหมือนกับที่ เจ.เค.โรลลิ่งว่าไว้ รักคือเวทมนตร์ที่มหัศจรรย์ที่สุด จนทำให้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ รอดชีวิตจากเวทมนตร์ที่ชั่วร้ายที่สุดมาได้
และแน่นอน เมื่อรักมหัศจรรย์เช่นนี้ จะทำให้ดวงดาราสาวไม่ส่องประกายได้อย่างไร?
รวมถึงจะไม่ทำให้มนุษยชาติเปล่งแสงแห่งความสุขได้ไฉน?



4.อยู่ๆ ฉันก็นึกถึงรูปถ่ายที่เก็บเข้าลิ้นชักไปเมื่อ 3 ปีก่อนได้
ฉันเพิ่งไปรื้อค้นมันออกมา เห็นภาพหลายภาพที่มีใบหน้าอ้วนกลม (ที่สุดแล้วในชีวิต) ของฉันบรรจุอยู่
ยอมรับว่าฉันค่อนข้างชอบภาพพวกนั้น, มากทีเดียวแหละ
แต่มันก็เป็นคนละเรื่องเดียวกันกับที่ว่า ฉันเคยตกหลุมรักหรือไม่ (แต่ถ้าคุณนับ เจค จิลเลนฮาล กับ ออร์แลนโด้ บลูม เข้าด้วย คำตอบก็คือ ใช่!)
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ค่อยเชื่อในการมีอยู่ของรักแท้นัก (ก็ขนาด แบรด พิทท์ กับ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ยังเลิกกันเลย) แต่ฉันก็ยังรู้สึกดีทุกครั้งเวลาได้เห็นมนุษย์โอบกอด และมอบนามธรรมไร้สาระสิ่งนี้ให้แก่กัน
เพราะนี่อาจเป็นนามธรรมไร้สาระสิ่งเดียว ที่คอยขับเคลื่อนให้โลกยังหมุนไป
รวมถึงคอยทำให้ ทุกจังหวะของการหายใจของผู้คน มีความหมาย และมีค่า
มากกว่าจะเป็นแค่การเปลี่ยนถ่ายอ็อกซิเจน กับคาร์บอนไดอ็อกไซด์ธรรมดา
...ก็เป็นได้


ปล. แล้ววันนี้คุณเปล่งประกายแล้วรึยัง?

 

edit @ 11 Nov 2007 11:50:08 by tiktokthailand

Comment

Comment:

Tweet


ชั้นอ่านเรื่องของแกแล้วชั้นก็ยิ้ม ไม่ใช้ยิ้มธรรมดานะ ยิ้มกว้าง นัยน์ตากรุ้มกริ่ม น้องชั้นยังทักเลยว่า "เจ้เป็นไรอ่ะ" เอ หรือว่าชั้นจะตกหลุมรักเรื่องของแกจ๊ะ... ติ๊ก
#2 by จิ๊บ (58.64.125.34) At 2007-11-11 21:20,
มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆนะ เวลาคนเรามีความรักหรือตอนเรามีความสุข
ก็ทำให้เราเปล่งประกายได้ อย่างน้อยก็ร่าเริงสดใสได้ทั้งวันแหละ
ชอบเรื่องstardustมากๆเหมือนกัน
#1 by MamiLuv At 2007-11-11 12:03,